Categories
กีฬา

เรือคายัคกีฬาทางน้ำ ที่ต้องห้าม (พลาด) เมื่อมาเยือนเวียดนาม

เวียดนามเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่ามีแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำที่สวยงามมาก ๆ แห่งหนึ่ง ทั้งในสถานที่ที่เป็นแหล่งน้ำจืด เช่นแม่น้ำต่าง ๆ และท้องทะเลอันสวยงามและอุดมสมบูรณ์ ดังนั้นหากคุณคือนักท่องเที่ยว ที่ไม่ใช่แค่มาพักผ่อนชื่นชมความงาม และถ่ายรูปสวย ๆ ไปอวดเพื่อน แต่เป็นนักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบในการออกกำลังกายและนิยมกีฬารวมถึงกิจกรรมกลางแจ้งต่าง ๆ แล้วละก็ ถ้าได้ลองกีฬาทางน้ำอย่างการพายเรือคายัค ควบคู่ไปกับการชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของเวียดนามแล้วละก็ คุณจะประทับใจไม่รู้ลืมอย่างแน่นอน

การพายเรือคายัค เป็นกีฬาที่เหมาะอย่างมาก ที่จะออกกำลังกายไปพร้อม ๆ กับการท่องเที่ยวชื่นชมความงามของธรรมชาติ โดยสถานที่ที่น่าไปที่สุดเพื่อพายเรือเที่ยว 7 อันดับที่ได้ความนิยมของผู้คนได้แก่

  1. ทะเลสาบโห่เตย หรือเวสต์เลค ในกรุงฮานอย เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในกรุงฮานอย ทะเลสาบแห่งนี้มีทัศนียภาพที่สวยงาม และยังมีโบราณสถานทางวัฒนธรรมให้ชมอีกด้วย ที่สำคัญที่ทะเลสาบแห่งนี้ มีผิวน้ำที่ค่อนข้างสงบ คลื่นและลมไม่แรง สามารถควบคุมเรือได้ง่าย แม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็ตาม
  2. ฮาลองเบย์ หรืออ่าวฮาลอง ถ้าต้องการจะพายเรือชมความงามแล้ว อ่าวฮาลองจะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะระหว่างเส้นทาง จะมีทั้งถ้ำ หินงอกหินย้อย และวิถีชีวิตของหมู่บ้านชาวประมงอีกด้วย
  3. ถ้ำฟองญา การพายเรือคายัคที่ถ้ำฟองญานั้นจะสามารถ ไปได้ถึงสองถึงสองเส้นทาง เส้นทางหนึ่งคือการพายเรือชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำซอน และอีกเส้นทางหนึ่งคือ การพายเรือเข้าไปสำรวจภายในถ้ำฟองญา หนึ่งในถ้ำที่มีความสวยงามและใหญ่โต อันดับต้น ๆ ของโลก
  4. แม่น้ำหอม เมืองเว้ การพายเรือคายัคที่แม่น้ำหอม (Huong river) คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่เงียบสงบ ชมวิถีชีวิตของผู้คน ริมสองฝั่ง และยังมีเมืองโบราณให้เที่ยวชมอีกด้วย
  5. แม่น้ำหาน เมืองดานัง การพายเรือชมบรรยากาศเมือง ของเมืองทั้งสองฝั่งแม่น้ำหาน ที่เชื่อมด้วยสะพานมังกร รับรองได้เลยว่าแสงสีของเมืองทั้งสองฝั่ง ก็จะทำให้คุณประทับใจได้ไม่แพ้ธรรมชาติสวย ๆ อย่างแน่นอน
  6. ทะเลสาบตู้เหยียนลัม เมืองดาลัด ที่ทะเลสาบแห่งนี้คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศความร่มรื่นและสายลมเย็น ๆ จากเชิงเขา และยังมีป่าสนและเมเปิ้ลเรียงรายอยู่สองข้างทางอีกด้วย
  7. แม่น้ำฮัมโลง เมืองเบนแจ การพายเรือคายัคชมความงามและบรรยากาศอันเงียบสงบ ของดินแดนปากแม่น้ำโขง ชมความเขียวขจีของสวนมะพร้าวเมืองเบนแจ นับว่าเป็นทริปที่ดีเลยทีเดียว

กีฬาทางน้ำอย่างเรือคายัค นับว่าเป็นกีฬาที่เหมาะกับการท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะคุณจะได้ทั้งการออกกำลังกาย และความเพลิดเพลินกับบรรยากาศริมน้ำ ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับครอบครัวอีกด้วย อย่าลืม หากคุณมีเวลาวันหยุด และมาพักผ่อนที่เวียดนาม ชวนครอบครัวหรือคนที่คุณรัก ออกไปพายเรือชมความสวยงามตามเส้นทางที่เราเอามาฝาก รับรองว่าคุณจะต้องชอบอย่างแน่นอน

เครดิตภาพ : http://www.asiamastertours.com/exploring/want-to-find-the-true-vietnam-join-in-vietnam-kayaking/

Categories
กีฬา

ก้าวต่อไปของ เหงียน ควง ไฮ ในฐานะความหวังอันดับหนึ่ง ของฟุตบอลเวียดนาม

เคยได้สนทนากับชาวเวียดนามที่มาทำงานในประเทศไทย แล้วถามเขาว่า คิดยังไงกับฟอร์มการเล่นของ เหงียน คอง เฟือง ที่ฟอร์มการเล่นของเขาช่วงนี้ไม่ค่อยดี ในฐานะที่เขาเป็นนัมเบอร์วันของเวียดนาม แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ “นัมเบอร์วันของเวียดนาม ไม่ใช่คอง เฟือง แต่เป็นควง ไฮ ต่างหาก” ทำไมเขาถึงตอบโดยไม่ลังเลแบบนั้น และท่ามกลางข่าวการย้ายทีมของเจ้าตัว ที่เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในหมู่แฟนบอลเวียดนาม เรามาทำความรู้จักกับดาวเตะหมายเลขหนึ่งคนนี้ กันซักนิดดีกว่า

เหงียน ควง ไฮ เกิดเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2540 ปัจจุบันมีอายุ 22 ย่างเข้าสู่ 23 ปี เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก ปัจจุบันเล่นในลีกบ้านเกิดให้กับทีมสโมสรฮานอย หากจะถามว่าทำไมแฟนบอลเวียดนามจึงยกให้เขาเป็นหมายเลข 1 ของทีม คงจะเป็นทักษะทางด้านฟุตบอลและพรสวรรค์ในเชิงลูกหนังอันโดดเด่นของเขา ซึ่งไม่เพียงแค่ดูสนุกด้วยสายตาของท่านผู้ชมเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยวัยเพียงเท่านี้ เขามีรางวัลการันตีความสามารถติดตัวมาแล้วอย่างมากมาย ในนามสโมสรเขาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศกับสโมสรฮานอยไปแล้วถึง 3 สมัย กับฟุตบอลถ้วยในประเทศอีก 2 ใบ ส่วนในนามทีมชาตินั้นเขาก็กวาดมาทั้งแชมป์ซีเกมส์ และแชมป์ เอเอเอฟ ซูซุกิ คัพ แถมด้วยรองแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียชุดอายุไม่เกิน 23 ปีอีกด้วย นอกจากนี้เขายังเคยพาทีมเวียดนามชุดอายุไม่เกิน 20 ปี ผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก ของรุ่นอายุนั้นด้วย ต้องนับว่าเป็นความสำเร็จที่สูงมากสำหรับนักฟุตบอลในภูมิภาคอาเซียนของเรา

ส่วนในเรื่องที่เป็นที่พูดถึงสำหรับตัวเขาในขณะนี้คือ ก้าวต่อไปในฐานะนักฟุตบอลอาชีพของเขานั่นเอง เพราะปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าเวทีวีลีกของเวียดนามนั้น มันเล็กเกินไปเสียแล้วสำหรับฝีเท้าของเขา ทำให้ต้องมองถึงการย้ายออกไปเล่นยังลีกใหญ่ต่างประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการเล่น ทั้งรายได้ที่มากกว่า โอกาสพิสูจน์ตัวเอง รวมไปถึงการพัฒนาการเล่นของเขา เพื่อยกระดับฝีเท้าให้เป็นอาวุธสำคัญของทีมชาติเวียดนามให้แข็งแกร่งกว่าเดิม และก็มีหลายสโมสรจากลีกต่างชาติยื่นข้อเสนอเข้ามาให้เขาพิจารณา ทั้งในญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นเจลีก 1 หรือเจลีก 2 เค ลีกเกาหลีใต้ รวมทั้งทีมในลีกยุโรปอีกด้วย แต่หลายฝายที่เกี่ยวข้องกำลังกังวลว่า ข้อเสนอเหล่านั้นจะเป็นเพียงแค่การดึงตัวเขาไปเพื่อเป็นการเปิดตลาดด้านฟุตบอลเพื่อเจาะกลุ่มแฟนบอลในประเทศ และทำให้เขาไม่ได้รับโอกาสลงเล่น จนฟอร์มการเล่นที่เจิดจรัสของเขาหดหายไป เหมือนนักเตะรุ่นพี่หลาย ๆ คนที่ย้ายไปพบกับความล้มเหลวในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เล คอง วินห์, เหงียน คอง เฟือง ที่เจอกับปัญหานี้มาก่อน ทำให้ยังไม่สามารถตัดสินใจกับเส้นทางต่อไปของเขาได้

ทุกคนในวงการฟุตบอลเวียดนาม ต่างตั้งความหวังและเฝ้าจับตาดูก้าวต่อไปของเหงียน ควง ไฮอย่างมาก นับตั้งผู้หลักผู้ใหญ่ในสมาคม จนถึงเหล่าบรรดาแฟนบอล พวกเขาต่างพยายามที่จะหาทีมที่ดีที่สุด ที่จะช่วยเจียรนัยเพชรเม็ดงามของวงการฟุตบอลเวียดนามเม็ดนี้ ให้เปล่งประกายมากขึ้นกว่าเดิม เพราะนี่คือความหวังอันดับหนึ่ง ของทีมชาติในกีฬาที่พวกเขารัก เพื่อที่ควง ไฮ จะกลับมาพาทีมชาติของพวกเขา ไปสู่จุดหมายที่สูงขึ้นไปในอนาคตนั่นเอง

เครดิตภาพ : https://www.innnews.co.th/sports/news_537797/

Categories
กีฬา

งานแข่งกีฬาระดับชาติของเวียดนาม ที่จัดขึ้นทุก 4 ปี

                อันที่จริงคนไทยเราเองก็ค่อนข้างคุ้นชินกับการแข่งขันกีฬา ไม่ว่าจะระดับไหน ๆ  ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่ว่าจะเป็น กีฬาสีในรั้วโรงเรียน กีฬาเฟรชชี่มหาวิทยาลัย งานบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ กระทั่งวัยทำงานก็ยังเจอการแข่งขันในระดับองค์กร หรือกระทั่งเป็นผู้ปกครองก็ยังต้องมาร่วมแข่งขันกันที่โรงเรียนของลูก ๆ เป็นสัปดาห์ ซึ่งบรรยากาศก็มักจะเต็มไปด้วยเสียงเชียร์เฮสนั่น และผู้คนที่มารวมตัวกันอย่างคึกคัก ซึ่งที่เวียดนามเขาก็มีเหมือนกัน แถมยังเป็นการแข่งระดับประเทศ ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ทุก ๆ  4 ปีเท่านั้น

ทำไมเวียดนามต้องจัดงานแข่งกีฬาระดับประเทศ

                ประเทศเวียดนามถือว่าเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชนมาก เห็นได้จากที่มาของกีฬาประจำชาติอย่าง “โววีนัม” ที่ต้องการฝึกความแข็งแกร่งให้กับเยาวชน การจัดแข่งขันระดับยิ่งใหญ่เช่นนี้ก็ไม่ต่าง เป็นเพราะต้องการวัดระดับ และศักยภาพร่างกาย และส่งเสริมการออกกำลังกายของคนในประเทศ โดยมีทีมจากหลากหลายจังหวัดกว่า 60 ทีม มาแข่งกีฬานานาประเภทนับหลักหลายร้อย และเคยจัดมาหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 1985โดยสี่ปีแรกจะจัดที่ฮานอย แต่ปีหลัง ๆ จะสลับสับเปลี่ยนเมืองที่เป็นสถานที่จัดแข่งขัน เพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวทั้งภายในและภายนอกประเทศอีกด้วยถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวของแท้

                โดยแต่ละครั้งที่จัด จะจัดที่สนามกีฬาในแต่ละเมือง นอกจากจะกระตุ้นความสนใจของประชาชนได้แล้ว บรรยากาศที่คึกคักก็ยังเป็นอีกหนึ่งสีสันที่จะดึงดูดชาวต่างชาติให้มาลองสัมผัสเหล่านักสู้และกองเชียร์ในสนามกีฬาสักครั้ง

กีฬากับประเทศเวียดนาม

                ประเทศเวียดนามมีการพัฒนาด้านวงการกีฬามาโดยตลอด เพราะนอกจากจะได้ตำแหน่งจ้าวเหรียญทองกีฬาสากลซึ่งถือเป็นก้าวใหญ่ที่สำคัญจากซีเกมส์มาแล้ว แถมยังเป็นประเทศที่จัดซีเกมส์ครั้งที่ 31 อีกด้วย ทางด้าน E-sport ก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีการแยกลีกของเกม LOL มาเป็นลีกอาชีพของตัวเองแล้วอีกต่างหากหรือจากเกม ROV ก็กำลังไต่เต้าพัฒนาฝีมือและความสามารถของนักเล่นเกมอยู่ตลอด

                นอกจากนั้น ประเทศเวียดนามยังนำเอากีฬาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมอีกด้วย เพราะมีการจัดตั้งสถาบัน “โววีนัม” และการกีฬาขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะเหมือนโรงเรียนกินนอน เพื่ออบรมบ่มนิสัยของเยาวชนภายในประเทศ ให้มีสุขภาพแข็งแรง ฝึกระเบียบวินัย และขัดเกลาจิตใจไปกับการกีฬา

                ซึ่งกีฬา “โววีนัม” เองก็ถือเป็นกีฬาศิลปะป้องกันตัวประจำชาติเวียดนาม ที่ได้รับการผลักดันจนกลายเป็นได้แพร่หลายไปทั่วโลก ทั้งทางยุโรป สหรัฐอเมริกา หรือกระทั้งแถบโซนเอเชีย ที่ประเทศไทยเองก็มีสมาคมโววีนัมกับเขาเหมือนกัน ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย

                การแข่งขันกีฬาประจำชาติเวียดนาม นอกจากจะทำให้ประเทศได้วัดระดับสุขภาพและศักยภาพของประชาชนแล้ว ยังทำให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพ และออกกำลังกายกันมากขึ้น ทั้งยังสร้างรากฐานของความเป็นทีมให้กับคนในชาติอีกด้วย ซึ่งการแข่งขันที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ย่อมตามมาด้วยการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ และการขยายตัวทางด้านการท่องเที่ยว ทั้งนี้ทั้งนั้น

Categories
กีฬา

โววีนัม กีฬาประจำชาติเวียดนาม ที่ช่วยสร้างชาติ

                การออกกำลังกาย นอกจากจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรงแล้ว ถ้าหากเราได้รับผลประโยชน์พ่วงเป็นการป้องกันตัวด้วยก็คงดีไม่น้อย หลายคนอาจไม่คุ้นกับชื่อ “โววีนัม” ที่เป็นศิลปะป้องกันตัวประจำชาติเวียดนาม ที่ลูกเล็กเด็กแดงของชาวเวียดนามก็พากันศึกษาติดตัวไว้แต่เมื่อได้เปิดใจทำความรู้จักแล้ว กีฬาชนิดนี้นับว่าเป็นการผสมผสานที่ลงตัว และมีการเปิดกว้างให้สามารถดัดแปลงได้อย่างค่อนข้างอิสระทีเดียว เพราะผสมผสานมาจากกีฬาหลายชนิด ทั้งเทควันโด วูซู มวยไทย มวยจีน และศิลปะการป้องกันตัวแขนงอื่น ๆ อีกด้วย

“โววีนัม”กีฬาประจำชาติ

                โว ในที่นี้แปลว่าการต่อสู้ ส่วน วีนัม แทนประเทศเวียดนามนั่นเอง ซึ่งโววีนัมถูกคิดค้นขึ้นในสมัยที่ประเทศนี้ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เพื่อให้ชาวเวียดนามได้มีศิลปะการป้องกันตัว ไว้ป้องกันตัวเองเวลาถูกข่มเหงรังแก มีความเข้มแข็ง และเมื่อเวลาผ่านไป กีฬาโววีนัมก็ถูกยอมรับในวงกว้าง ทั้งยังได้บรรจุลงในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ จนได้เผยแพร่ไปทั่วโลก ไม่แม้กระทั่งทางยุโรป

และไม่ง้ออุปกรณ์ใด ๆ เพราะระดับเบื้องต้นของ “โววีนัม” ขอแค่มือ ศอก เท้า เพราะโววีนัมถือเป็นศิลปะการป้องกันตัวที่ปราศจากอาวุธได้ มือคือหมัดไว้ต่อยระยะประชิด ศอกเปรียบดั่งโล่ป้องกันในยามศัตรูโจมตี ส่วนเท้าไว้เตะและรัดคอคู่ต่อสู้ เป็นการจู่โจมเข้าไป ทั้งมวยอ่อนและมวยแข็ง เหมือนหยินและหยาง ฝึกอบรมทั้งด้านจิตใจและกาย อีกทั้งเมื่อฝึกฝนไปจนชำนาญแล้ว สามารถมีเทคนิคผสานเข้ากับอาวุธต่าง ๆ อย่าง พัด ดาบ กระบอง เป็นต้น

“โววีนัม” กีฬาสร้างชาติ

                ในปีพ.ศ.2552 ได้มีการจัดตั้งสถาบันพัฒนาการกีฬาและโววีนัมขึ้นที่ประเทศเวียดนาม หน้าที่ของสถาบันนี้คือคอยกวดขันให้เด็กและเยาวชนที่หลงผิด หรือมีนิสัยเกเร ให้เป็นคนที่ดีขึ้น ผ่านทางการฝึกฝนให้อยู่ในกฎระเบียบ โดยมีตารางเวลาที่แน่ชัด มีการจัดการเรียนให้อย่างครบครัน และที่จะขาดไม่ได้เลยคือการฝึกฝนโววีนัม

                เนื่องจากเป็นสถานที่กวดขัน จึงมีความเข้มงวดสูงมากจนคล้ายคลึงกับระบบทหาร และเพราะเหล่าเยาวชนจะได้กลับบ้านไปหาพ่อแม่แค่เดือนละหนึ่งครั้งเท่านั้น ส่งผลให้มีเด็กหลายคนที่ขอออกจากโรงเรียนกลางคัน แต่เด็กอีกจำนวนหนึ่งก็ค้นพบว่าตัวเขาดีขึ้นได้เพราะโววีนัมและโรงเรียนแห่งนี้

                โววีนัมเป็นกีฬาที่ไม่เพียงแต่สอนให้ต่อสู้อย่างเดียว แต่ยังสอนให้จิตใจมีความเข้มแข็ง แข็งแกร่ง อันเป็นรากฐานที่รัฐบาลเวียดนามต้องการปลูกฝังให้เยาวชนรุ่นใหม่ ๆ มีสุขภาพแข็งแรง อีกทั้งมีจิตใจที่โดดเดี่ยว ไม่ถูกใครข่มเหงรังแก การบำบัดเยาวชนด้วยโววีนัมจึงเป็นทางออกที่ดีสำหรับอนาคตของชาติในรุ่นต่อ ๆ ไป เพราะเยาวชนถูกดึงขึ้นมาจากหลุมของอบายมุขทั้งหลาย เช่นยาเสพติด เหล้า บุหรี่ มาทุ่มเทแรงกายแรงใจให้โววีนัมซึ่งเป็นกีฬาประจำชาติแทน ซึ่งนอกจากจะได้ศิลปะการป้องกันตัวไว้ติดตัวแล้ว ยังสร้างระเบียบวินัยให้ชีวิตอีกด้วย