Categories
การท่องเที่ยว

บาเบ๋ ความเงียบสงบของทะเลสาบที่สวยติดอันดับโลก

เวียดนามได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม จนติดอันดับโลกหลายต่อหลายแห่ง และถ้าจะพูดถึงการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแล้วนั้น ทะเลสาบบาเบ๋ ในอุทยานแห่งชาติบาเบ๋ (Ba Be National park) ก็คือหนึ่งในสิบทะเลสาบที่สวยที่สุดของโลก ดังนั้นหากคุณคือคนที่รักธรรมชาติ การมาเยือนเวียดนาม จะต้องบรรจุทะเลสาบแห่งนี้เข้าไปในแผนการเดินทาง โดยด่วนเลย

อุทยานแห่งชาติบาเบ๋ ตั้งอยู่ห่างจากกรุงฮานอย ออกไปประมาณ 200 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว ๆ 4-5 ชั่วโมง ชื่อของบาเบ๋ หมายถึง “สามทะเลสาบ” ในภาษาของชนเผ่าไต อันเป็นชนเผ่าดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ส่วนนี้ของประเทศ โดยมีตำนานกล่าวไว้ว่า ทะเลสาบแห่งนี้เกิดขึ้นจากความพิโรธ ของมังกร ที่จำแลงกายลงมาเป็นหญิงชราที่น่ารังเกียจ เพื่อลองใจมนุษย์ แต่กลับโดนผู้คนขับไล่ด้วยความรังเกียจ นอกจากหญิงม่ายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับลูกชาย ต้อนรับขับสู้หญิงชราคนนั้นอย่างดี หญิงชราคนนั้นจึงกลายร่างกลับเป็นมังกร และสาบให้พื้นที่ในหุบเขาแห่งนี้ ให้กลายเป็นทะเลสาบดังเช่นปัจจุบัน และมีเพียงหญิงม่ายกับลูกชายที่รอดตาย และมังกรยังได้มอบเมล็ดพันธุ์ข้าวเพื่อเพาะปลูกหล่อเลี้ยงผู้คนสืบไป

เมื่อคุณมาถึงอุทยานแห่งชาติบาเบ๋ คุณจะได้พบกับ บรรยากาศอันเงียบสงบ ของทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ซึ่งทอดกายอยู่ท่ามกลางหุบเขา ที่เขียวขจีไปด้วยแมกไม้อันอุดมสมบูรณ์ มีที่พักโฮมสเตย์ ที่ติดริมฝั่งทะเลสาบ ซึ่งสามารถแขวนเปลพักผ่อนริมน้ำเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศ ของธรรมชาติ และออกไปพายเรือในทะเลสาบเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม ในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวได้อีกด้วย หรือจะล่องเรือออกไปเพื่อตกปลาเพลิน ๆ ในแบบที่คุณชอบก็ได้อีกเช่นกัน

นอกจากบรรยากาศอันเงียบสงบของทะเลสาบแล้วที่นี่ ยังมีสถานที่อื่น ๆ ให้ได้เที่ยวชมอีกด้วย โดยการว่าจ้างเรือของคนในพื้นที่เพื่อล่องไปตามทะเลสาบ เพื่อชมถ้ำที่สายน้ำไหลลอดอุโมงค์ถ้า ออกไปสู่ปลายสายน้ำที่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ และได้สัมผัสกับตลาดขายของแบบวิถีชุมชนท้องถิ่น ที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยว ด้วยรอยยิ้มอันเป็นมิตร และอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ คือการไปขอพรที่วัดอ๋านมา ที่เชื่อกันว่าเป็นที่อยู่ของหญิงม่าย ที่ต้อนรับมังกรนั่นเอง ทำให้ผู้คนที่นี่ ตั้งวัดแห่งนี้ขึ้นเพื่อระลึกถึงความดีของนาง และผู้คนที่นี่จะจัดงานเพื่อแสดงความเคารพบูชาและขอพรจากนางเป็นประจำทุกปีอีกด้วย

ทะเลสาบบาเบ๋ ยังคงรักษาไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ และความสวยงามของธรรมชาติ รอให้ผู้คนที่ชื่นชอบในธรรมชาติมาเยี่ยมเยือน สัมผัสกับบรรยากาศเหล่านี้ และด้วยตำนานการเกิดทะเลสาบแห่งนี้ที่กล่าวมาข้างต้น มันอาจจะเป็นเรื่องปรัมปราที่ไม่น่าเชื่อเกินจริงไป แต่กุศโลบายที่แฝงไว้สู่ผู้คนในพื้นที่รุ่นหลังต่อมาคือ การต้อนรับขับสู้ผู้มาเยือนด้วยความเป็นมิตรนั่นเอง เพราะฉะนั้นเมื่อคุณมาเยือนที่นี่ สิ่งหนึ่งที่จะได้กลับไป คือความประทับใจจากความเป็นมิตรของผู้คนที่นี่อย่างแน่นอน

เครดิตภาพ : https://th.tripadvisor.com/Attraction_Review-g6582231-d2503109-Reviews-Ba_Be_National_Park-Nam_Mau_Bac_Kan_Province.html

Categories
กีฬา

ก้าวต่อไปของ เหงียน ควง ไฮ ในฐานะความหวังอันดับหนึ่ง ของฟุตบอลเวียดนาม

เคยได้สนทนากับชาวเวียดนามที่มาทำงานในประเทศไทย แล้วถามเขาว่า คิดยังไงกับฟอร์มการเล่นของ เหงียน คอง เฟือง ที่ฟอร์มการเล่นของเขาช่วงนี้ไม่ค่อยดี ในฐานะที่เขาเป็นนัมเบอร์วันของเวียดนาม แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ “นัมเบอร์วันของเวียดนาม ไม่ใช่คอง เฟือง แต่เป็นควง ไฮ ต่างหาก” ทำไมเขาถึงตอบโดยไม่ลังเลแบบนั้น และท่ามกลางข่าวการย้ายทีมของเจ้าตัว ที่เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากในหมู่แฟนบอลเวียดนาม เรามาทำความรู้จักกับดาวเตะหมายเลขหนึ่งคนนี้ กันซักนิดดีกว่า

เหงียน ควง ไฮ เกิดเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2540 ปัจจุบันมีอายุ 22 ย่างเข้าสู่ 23 ปี เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก ปัจจุบันเล่นในลีกบ้านเกิดให้กับทีมสโมสรฮานอย หากจะถามว่าทำไมแฟนบอลเวียดนามจึงยกให้เขาเป็นหมายเลข 1 ของทีม คงจะเป็นทักษะทางด้านฟุตบอลและพรสวรรค์ในเชิงลูกหนังอันโดดเด่นของเขา ซึ่งไม่เพียงแค่ดูสนุกด้วยสายตาของท่านผู้ชมเพียงอย่างเดียว แต่ด้วยวัยเพียงเท่านี้ เขามีรางวัลการันตีความสามารถติดตัวมาแล้วอย่างมากมาย ในนามสโมสรเขาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศกับสโมสรฮานอยไปแล้วถึง 3 สมัย กับฟุตบอลถ้วยในประเทศอีก 2 ใบ ส่วนในนามทีมชาตินั้นเขาก็กวาดมาทั้งแชมป์ซีเกมส์ และแชมป์ เอเอเอฟ ซูซุกิ คัพ แถมด้วยรองแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียชุดอายุไม่เกิน 23 ปีอีกด้วย นอกจากนี้เขายังเคยพาทีมเวียดนามชุดอายุไม่เกิน 20 ปี ผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก ของรุ่นอายุนั้นด้วย ต้องนับว่าเป็นความสำเร็จที่สูงมากสำหรับนักฟุตบอลในภูมิภาคอาเซียนของเรา

ส่วนในเรื่องที่เป็นที่พูดถึงสำหรับตัวเขาในขณะนี้คือ ก้าวต่อไปในฐานะนักฟุตบอลอาชีพของเขานั่นเอง เพราะปัจจุบันเห็นได้ชัดว่าเวทีวีลีกของเวียดนามนั้น มันเล็กเกินไปเสียแล้วสำหรับฝีเท้าของเขา ทำให้ต้องมองถึงการย้ายออกไปเล่นยังลีกใหญ่ต่างประเทศ เพื่อยกระดับมาตรฐานการเล่น ทั้งรายได้ที่มากกว่า โอกาสพิสูจน์ตัวเอง รวมไปถึงการพัฒนาการเล่นของเขา เพื่อยกระดับฝีเท้าให้เป็นอาวุธสำคัญของทีมชาติเวียดนามให้แข็งแกร่งกว่าเดิม และก็มีหลายสโมสรจากลีกต่างชาติยื่นข้อเสนอเข้ามาให้เขาพิจารณา ทั้งในญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นเจลีก 1 หรือเจลีก 2 เค ลีกเกาหลีใต้ รวมทั้งทีมในลีกยุโรปอีกด้วย แต่หลายฝายที่เกี่ยวข้องกำลังกังวลว่า ข้อเสนอเหล่านั้นจะเป็นเพียงแค่การดึงตัวเขาไปเพื่อเป็นการเปิดตลาดด้านฟุตบอลเพื่อเจาะกลุ่มแฟนบอลในประเทศ และทำให้เขาไม่ได้รับโอกาสลงเล่น จนฟอร์มการเล่นที่เจิดจรัสของเขาหดหายไป เหมือนนักเตะรุ่นพี่หลาย ๆ คนที่ย้ายไปพบกับความล้มเหลวในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เล คอง วินห์, เหงียน คอง เฟือง ที่เจอกับปัญหานี้มาก่อน ทำให้ยังไม่สามารถตัดสินใจกับเส้นทางต่อไปของเขาได้

ทุกคนในวงการฟุตบอลเวียดนาม ต่างตั้งความหวังและเฝ้าจับตาดูก้าวต่อไปของเหงียน ควง ไฮอย่างมาก นับตั้งผู้หลักผู้ใหญ่ในสมาคม จนถึงเหล่าบรรดาแฟนบอล พวกเขาต่างพยายามที่จะหาทีมที่ดีที่สุด ที่จะช่วยเจียรนัยเพชรเม็ดงามของวงการฟุตบอลเวียดนามเม็ดนี้ ให้เปล่งประกายมากขึ้นกว่าเดิม เพราะนี่คือความหวังอันดับหนึ่ง ของทีมชาติในกีฬาที่พวกเขารัก เพื่อที่ควง ไฮ จะกลับมาพาทีมชาติของพวกเขา ไปสู่จุดหมายที่สูงขึ้นไปในอนาคตนั่นเอง

เครดิตภาพ : https://www.innnews.co.th/sports/news_537797/

Categories
การท่องเที่ยว

ฮอยอัน แดนเนรมิตกับราตรีที่สว่างไสว

                ฮอยอันเป็นหนึ่งในเมืองน่าเที่ยวของประเทศเวียดนาม ทั้งเรื่องอาหารการกินสตรีทฟู้ดที่ดังขึ้นชื่อ ได้รับประทานอาหารริมน้ำการดื่มเบียร์ วัฒนธรรมการลอยกระทงใบจิ๋วล่องเรือชมวิถีชีวิต กระทั่งบรรยากาศที่แสนโรแมนติก รวมไปถึงเขตเมืองเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก จากวันปกติที่น่าเที่ยวอยู่แล้ว พอยิ่งเป็นเทศกาล Hoi An Lantern Festival ระดับความน่าสนใจก็พุ่งปรี๊ดจนต้องรีบจองตั๋ว เก็บกระเป๋าสะพายกล้องแล้วออกเดินทางทันที

เทศกาลโคมไฟฮอยอัน

                ทุกวันที่ขึ้น 15 ค่ำของทุกเดือน ยกเว้นเดือนกุมภาพันธ์ เมืองเก่าฮอยอันจะถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล ด้วยเสียงดนตรีจากเครื่องเล่นพื้นบ้าน กลิ่นหอม ๆ ของธูปและเทียน เสียงเอ่ยขานของบทกวี กระทงกระดาษใบน้อยในแม่น้ำทูโบน และแสงสว่างจากโคมไฟนับร้อยพันที่รวมตัวกันเปล่งประกายเฉิดฉายต่อหน้านักท่องเที่ยวจำนวนมาก

                บรรยากาศของงานยังคงไว้ซึ่งความขลังในการเคารพบูชาบรรพบุรุษ มีการเต้นรำตามจังหวะเพลง และพระจันทร์เต็มดวง ที่ส่องสว่างแข่งกับบรรดาโคมไฟและเปลวเทียนจากกระทงกระดาษตามแม่น้ำทูโบน โดยที่ชาวบ้านไม่เปิดไฟกันสักดวง ทว่าแสงสว่างก็มีมากเพียงพอจะทำให้หลงใหลไปกับทิวทัศน์ตรงหน้า ถ้าได้ชุดอ่าวหญ่ายมาใส่แล้วถ่ายรูปคู่กันคงดีไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น ในวันเทศกาลโคมไฟนี้จะไม่มีรถรามาวิ่งผ่านให้กวนใจ เพราะมีการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวแบบครบครัน

ลอยเปลวไฟไปกับกระทงกระดาษ

                อีกหนึ่งไฮไลท์ของเทศกาลโคมไฟฮอยอันที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือการลอยกระทงกระดาษ ถึงแม้จะมีกระทงกระดาษให้ลอยกันทุกวันอยู่แล้ว แต่ในวันพระจันทร์เต็มดวงซึ่งเป็นวันจัดเทศกาลโคมไฟ เหล่ากระทงกระดาษใบน้อยก็ยิ่งครึกครื้นกันมากกว่าเดิม เพราะบรรดานักท่องเที่ยวเองก็นิยมซื้อกระทงมาลอยเช่นกัน ซึ่งการจะหากระทงกระดาษมาลอยก็ไม่ใช่เรื่องยากเสียด้วย เพราะมีเหล่าพ่อค้าแม่ขายเดินอยู่ทั่ว ๆ ไป กระทั่งมาเสนอขายให้อยู่บ่อย ๆ ราคาไม่แพงนัก และยังสามารถต่อรองได้อีกด้วย

                กระทงกระดาษนั้นจะลอยไปตามแม่น้ำทูโบน ซึ่งถือเป็นแม่น้ำที่สำคัญมาก เพราะเปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดของฮอยอัน ที่สืบทอดวิถีชีวิตของผู้คนมาช้านาน ว่ากันว่าน้ำมีความทรงจำ ฉะนั้นแล้วแม่น้ำสายนี้ก็เหมือนกลั่นความรู้สึกตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันของชาวฮอยอันไว้ในทุกหยาดหยด ที่ถ้าหากอยากนั่งเรือชมแม่น้ำและริมฝั่งทั้งสองก็มีบริการให้ได้เสพเสน่ห์และกลิ่นอายของฮอยอันได้อย่างเต็มอิ่ม

                เทศกาลโคมไฟฮอยอันทำให้การท่องเที่ยวของเวียดนามครึกครื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะช่างเป็นเทศกาลที่มีเอกลักษณ์ ทั้งยังงดงามและน่าประทับใจ แสงสีหลายหลากของขบวนโคมไฟ กับแสงน้อย ๆ จากกระทงกระดาษที่ลากยาวไปตามแม่น้ำทูโบน ดนตรีและการละเล่นต่าง ๆ ของชาวบ้านผู้เป็นมิตร และมีมุมสวย ๆ มากมายที่เป็นมิตรต่อเลนส์กล้องอย่างถึงที่สุด